เสริมคาง

เสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าเป็นการศัลยกรรมอย่างหนึ่งที่นิยมเป็นอย่างมาก ดังนั้นก่อนจะเริ่มทำคาง เตรียมตัวก่อนเสริมคาง จึงเป็นเรื่องที่่สำคัญอย่างมาก อยากได้คางสวย ห้ามละเลยวิธีเตรียมตัวเลยนะคะ เพราะหากการเตรียมตัวไม่ดีพอ ระหว่างการผ่าตัดอาจทำให้มีปัญหาได้ หรืออาจส่งผลลัพธ์หลังทำได้เลยค่ะ ใครที่กำลังอยากศัลยกรรมคางอยู่ ห้ามพลาดบทความนี้เด็ดขาดค่ะ 

1. เสริมคางคืออะไร ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำ!

ข้อห้ามในข้อแรกนี้ สิ่งที่ ห้ามลืมทำเลยคือการหาความรู้ว่า การทำคางคืออะไร หาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำ ช่วยเปลี่ยนแปลงใบหน้าเราให้เป็นแบบไหน 

การศัลยกรรมคาง เป็นการผ่าตัดแก้ปัญหาปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูเรียวยาวขึ้น ทางทีมแพทย์จะทำการเสริมซิลิโคนเข้าไปในบริเวณใต้กรามเพื่อให้คางดูเรียวสวยขึ้นแบบธรรมชาติ จุดเด่นคือ สามารถปรับรูปทรงได้ง่ายได้ตามที่ต้องการ จะเหลาให้รูปคางออกมาแบบไหน ทำได้ตามแบบที่ได้ปรึกษากับคุณหมอได้เลยค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้ยังถาวรด้วยค่ะ ส่วนใหญ่คนที่จะเข้าทำการผ่าตัดปรับรูปคางก็มักจะมีปัญหารูปหน้า เช่น หน้ากลม คางสั้น คางตัด เลยเลือกทำการศัลยกรรมคางเพื่อให้รูปหน้าเรียวขึ้นหรือมีมิติมากขึ้น

2. อย่าลืมเช็กคางตัวเอง!

เตรียมตัวก่อนเสริมคาง อันดับแรก ห้ามลืมเด็ดขาดที่สำรวจรูปคางของเราว่ามีลักษณะแบบไหน มีปัญหาอะไร เพราะบางครั้งปัญหาคางที่เราเจออยู่อาจไม่ได้เหมาะกับการศัลยกรรมคาง อาจต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่น เช่น ฟิลเลอร์คาง มาดูกันค่ะว่าปัญหาคางแบบไหนที่เหมาะกับการศัลยกรรมคาง

ปัญหาคาง

คางสั้น 

ปัญหารูปหน้าส่วนคางจะสั้นกว่าส่วนอื่น ทำให้หน้าดูกลม ไร้มิติ พบได้บ่อยในคนเอเชีย

คางตัด 

ไม่มีปลายคาง บริเวณปลาย คางตัด ตรง จนดูหน้าดุ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาว ๆ เพราะทำให้โครงหน้าดูแมนคล้ายผู้ชาย

คางบุ๋ม 

มีรอยบุ๋มตรงบริเวณปลายคาง บางคนเห็นชัดเจน บางคนบุ๋มเล็กน้อย แตกต่างกันไป

คางถอย

คางมีลักษณะสั้น เนื้อน้อย และถอยร่นไปด้านหลัง ทำให้เหมือนคนไม่มีคาง หรือเหมือนมีเหนียง

คางเหลี่ยม

กรอบหน้าเป็นเส้นตรง คางไม่ยาวลงมา มุมกรามกว้างเท่ากัน ใบหน้าเป็นรูปตัว U

การทำคางจะช่วยทำให้ใบหน้าแลดูมีมิติมากขึ้น ปรับรูปหน้าให้มีความเรียวขึ้น รูปหน้าได้สัดส่วนที่สวยพอเหมาะ

ประเมินคาง

3. แผลนอก-ใน ทำคางแบบไหนดี?

สำหรับคนที่ต้องการศัลยกรรคาง หลายคนอาจยังไม่รู้ด้วยว่าการผ่าตัดมีหลายแบบ การเลือกวิธีการผ่าตัดก็เป็นการเตรียมตัวก่อนเสริมคางที่สำคัญมาก เพราะแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน อาจส่งผลดีผลเสียได้หมด ดังนั้น ห้ามลืมที่ศึกษาหาข้อมูลให้ดีว่าการผ่าตัดแบบไหนเหมาะกับเรา เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจลองเปรียบเทียบและเลือกได้ดังนี้เลยค่ะ ซึ่งการผ่าตัดมี 2 วิธีด้วยกัน คือ ผ่าตัดแผลนอก และผ่าตัดแผลใน 

ผ่าตัดแผลนอก

แพทย์จะทำการเปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณใต้คางด้านนอก เปิดแผลกว้างประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร จากนั้นแพทย์จะใส่ซิลิโคนเข้าไปยังตำแหน่งที่ออกแบบไว้และเย็บปิดแผล 

  • ข้อดี
  1. แพทย์สามารถปรับรูปคางได้หลายองศา และวางตำแหน่งซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ
  2. แพทย์สามารถตกแต่งผิวหนังส่วนเกินใต้คางได้ เช่น รอยแผลเป็นเก่า
  3. สามารถปรับแก้ได้ง่าย หากมีปัญหาหลังผ่าตัด เช่น ซิลิโคนเบี้ยว หรือเอียง
  4. หลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้มากกว่า
  • ข้อเสีย 
  1. อาจมีรอยแผลเป็นจาง ๆ บริเวณที่ผ่าตัด
  2. ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีโอกาสเป็นแผลเป็นชนิดคีลอยด์ง่าย
  3. การดูแลก่อนเสริมคาง ไม่มีปัญหาในการดูแลค่ะ แต่หลังการผ่าตัดไปแล้ว ห้ามให้แผลโดนน้ำในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ เช่น การล้างหน้า

ผ่าตัดแผลใน

วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมมากกว่าแผลนอก เนื่องจากเป็นการผ่าตัดทำคางที่ไม่เห็นแผลเป็น แพทย์จะทำการเปิดแผลประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตรในช่องปาก ตรงบริเวณระหว่างซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง จากนั้นก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา และวางแท่งซิลิโคนที่เหลาไปยังตรงบริเวณตำแหน่งที่ต้องการและปรับแต่งเฉพาะเพื่อให้เข้ากับรูปหน้า และต่อด้วยการเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย

เสริมคาง
  • ข้อดี 
  1. เป็นวิธีผ่าตัดที่หลีกเลี่ยงการเกิดรอยแผลเป็น จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
  2. หลังผ่าตัดแผลสามารถโดนน้ำได้
  • ข้อเสีย 
  1. มีโอกาสติดเชื้อสูง เนื่องจากสัมผัสกับน้ำลาย หรือเศษอาหารที่รับประทานเข้าไป
  2. รับประทานอาหารค่อนข้างลำบากในช่วง 5 วันแรกหลังการผ่าตัด
  3. ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด หรือเย็นจัด เป็นต้น เพราะอาจทำให้แผลอักเสบได้

4. เสริมคาง ทรงไหนดี?

สิ่งห้ามทำเกี่ยวกับเตรียมตัวก่อนเสริมคาง อีกข้อหนึ่งที่หลายคนมักกังวลเป็นพิเศษคือ ห้ามเลือกทรงคางที่เกินตัว หรือการเลือกทรงคางที่ฝืนเนื้อนั่นเองค่ะ ควรเลือกทรงที่เข้ากับใบหน้า และเลือกเสริมให้ยาว แต่ยังดูเป็นธรรมชาติ หากไม่มั่นใจอาจเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยประเมินทรงได้ค่ะ สำหรับทรงคางแต่ละแบบนั้นมาจากลักษณะซิลิโคนที่เสริมเข้าไปค่ะ ซึ่งลักษณะของซิลิโคนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมี 2 แบบด้วยกันดังนี้ค่ะ

ซิลิโคนขาสั้น

ซิลิโคนเสริมคาง

เหมาะสำหรับคนที่มีคางยาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซิลิโคนแบบขาสั้นจะช่วยเน้นให้ปลายคางยาวขึ้นเป็นธรรมชาติ แต่สัดส่วนคางจะไม่ยาวเกินไป 

ซิลิโคนขายาว 

ซิลิโคนเสริมคาง

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางตัด คางบุ๋ม คางถอย คางเหลี่ยม ซิลิโคนแบบยาวจะมีลักษณะขาวางโค้งครอบคลุมถึงรอยต่อแนวกราม จะช่วยให้ซิลิโคนเข้ารับกับรูปหน้าได้พอดี สามารถช่วยป้องกันคางเบี้ยวเอียงได้ค่ะ 

หากเลือกซิลิโคนได้แล้ว สามารถเลือกเสริมได้ตามรูปคางที่เรามีปัญหาได้เลยค่ะ แต่การเลือกซิลิโคนก็มีความแตกต่างกันอยู่ด้วย แตกต่างกันยังไงมาดูกันเลยในข้อต่อไป

ประเภทซิลิโคนคางแบบไหนใช่เรา

นอกจากความยาวของซิลิโคนจะสำคัญแล้ว เนื้อซิลิโคนก็สำคัญไม่แพ้กัน หรือเรียกอีกอย่างว่าความนิ่มของเนื้อซิลิโคนนั่นเองค่ะ การเลือกซิลิโคนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลก่อนเสริมคาง เหมือนกัน ซึ่งมีซิลิโคน 3 รูปแบบด้วยกัน 

ซิลิโคนเสริมคาง

1.แบบ Soft 

ซิลิโคนแบบแรกนี้ เนื้อซิลิโคนมีความนิ่มน้อย แข็งอยู่ทรง เหมาะกับคนที่ต้องการทำคางให้ดูเรียวยาว แต่ยังข้อจำกัดอยู่ และการเกาะตัวของซิลิโคนจะติดกับตัวกระดูกกรามได้น้อยกว่าแบบอื่น แต่ก็สามารถเสริมได้ทุกทรง ขึ้นอยู่กับการเหลาซิลิโคนของคุณหมอด้วยว่าสามารถทำทรงที่เราต้องการได้ไหม

2.แบบ Extra Soft 

แบบ Extra Soft ซิลิโคนจะมีความนิ่มมากกว่าแบบ Soft ธรรมดา สามารถเหลาซิลิโคนให้เพื่อเสริมทรงที่ต้องการได้ หลังจากที่เสริมซิลิโคนเข้าไปที่คางแล้ว คางจะมีความงอนมาด้านหน้าเล็กน้อยแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่ค่ะ 

3.แบบ Premium  

ซิลิโคนมีความนิ่มระดับพอดี เนื้อซิลิโคนมีความยืดหยุ่นสูง สามารถบิดงอได้ เหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ ทำให้ใบหน้าเรียวยาวยิ่งขึ้น ค่าความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูง มีความปลอดภัยมากกว่าชนิดอื่น ๆ ในระยะยาว และสามารถเข้ากับคางเดิมได้ทุกทรง เช่น คางสั้น คางตัด จึงนิยมเลือกใช้เสริมกันมากที่สุด 

5. รีวิวเสริมคาง

ห้ามข้ามขั้นตอนรีบไปทำคาง ควรดูรีวิวศัลยกรรมคางก่อน นี่ก็เป็นอีกข้อในการดูแลก่อนทำคางที่ควรทำค่ะ เนื่องจากคางที่จะทำยังต้องอยู่กับตัวเราเองไปอีกนาน การดูผลลัพธ์จากคนอื่น ๆ ที่เคยทำมาก่อน ทั้งรูป ข้อความที่เขียนรีวิว ว่าคางที่ทำมานั้นหลังทำไป 1 เดือนมีความเบี้ยวไหม บริการของพนักงานดีหรือเปล่า อุปกรณ์ที่ใช้มีความปลอดภัยมากแค่ไหน ส่วนรูปรีวิวก่อน-หลังทำคาง หากเป็นวีดีโอเปรียบเทียบจะดีมาก เพื่อป้องกันการปลอมแปลงผลลัพธ์ค่ะ 

ตัวอย่างรูปรีวิวคาง 

6. วิธีดูแลก่อนเสริมคาง

  1. พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
  2. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
  3. ก่อนศัลยกรรม 2 สัปดาห์ ควรงดยาประเภทแอสไพริน วิตามิน อาหารเสริม เช่น อาหารเสริมลดน้ำหนัก
  4. งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนทำการศัลยกรรม
  5. เตรียมตัวก่อนเสริมคางควรเตรียมรูปตัวอย่างรูปทรงคางที่ต้องการให้เรียบร้อย ก่อนทำการผ่าตัดศัลยกรรม เพื่อประเมินรูปทรงคางกับแพทย์

ห้ามลืมดูแลร่างกายให้พร้อมก่อนการผ่าตัด เพราะอาจทำให้การผ่าตัดไม่ราบรื่น เช่น หากไม่งดอาหารเสริมหรือยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน ระหว่างการผ่าตัดอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้

7. วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมคาง

  1. ประคบเย็นบริเวณที่ทำการศัลยกรรมคางทั้งหมด 4 จุด 
  2. งดหรือหลีกเลี่ยงการนอนตะแคง
  3. ทานยาที่ทางคลินิกจัดให้อย่างครบถ้วน 
  4. งดรับประทานอาหารจำพวกของหมัก ดอง สุก ๆ ดิบ ๆ อาหารทะเล 
  5. การดูแลหลังทำคางอีกข้อที่สำคัญ คือ ควรทำความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอ

ห้ามลืมดูแลตัวเองหลังทำคาง ยังคงเป็นอีกข้อที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากละเลยอาจทำให้แผลมีปัญหาตามมาได้ เช่น หากไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แผลอาจติดเชื้อจากเชื้อโรคสะสมในแต่ละวันได้

8. ทำคางที่ไหนดี ทำไมต้องเลือกที่ Sowon Clinic

ห้ามเลือกคลินิกตามกระแส หากยังไม่ได้เช็กข้อมูลของคลินิกให้ดีก่อน มีหลายคนเลือกศัลยกรรมคางตามกระแสเพียงเพราะมีคนไปเสริมเยอะเลยเลือกคลินิกตามคนอื่น เสี่ยงมากที่จะเจอคลินิกที่ไม่ได้รับมาตรฐาน ไม่ปลอดภัย ควรเช็กข้อมูลคลินิกให้ก่อนนะคะ ทำคางที่ Sowon Clinic ดียังไงมาดูกัน

  1. ทีมแพทย์ มีความเป็นมืออาชีพแบบเฉพาะทาง และมีประสบการณ์แก้ทุกปัญหาคางได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเสริมให้มีลักษณะที่เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละบุคคลได้อย่างมั่นใจ และราบรื่น
  2. ทำการเสริมด้วยซิลิโคน ซึ่งซิลิโคนที่ใช้นั้น ล้วนได้ผ่านมาตรฐานการรับรองมาแล้วทั้งสิ้น จึงสามารถนำมาทำคางได้อย่างปลอดภัยและสามารถเข้ากับเนื้อเยื่อในร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี จึงไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน หรือส่งผลเสียในภายหลังได้อย่างแน่นอน
  3. มีเทคนิคการที่แม่นยำในการศัลยกรรมคาง และการประเมินรูปหน้าก่อนทำ และออกแบบเคสต่อเคส นอกจากและมีเทคนิคพิเศษคือ Ultra lock ที่จะช่วยให้ซิลิโคนแนบไปกับคาง
  4. มีระบบการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างมีประสิทธิภาพ ให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนเสริมคาง และการดูแลตนเองหลังเสริม พร้อมติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยให้คุณใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยลง
  5. ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่เกิน 1 ชั่วโมง บวมช้ำน้อยที่สุด และสามารถฟื้นตัวได้เร็วมาก
  6. ปลอดภัยด้วยเครื่องมือในการศัลยกรรมคางที่สะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อมาเป็นอย่างดีเสมอ และเป็นเครื่องมือที่ได้มาตรฐานทุกชิ้น จึงไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายเกิดขึ้น